GUNRAPREE.COM

สวัสดีค่ะ...ขณะนี้ webmaster ต้องขออภัยเป็นอย่างมากที่ไม่สามารถ update ข้อมูลต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ได้ เนื่องจากมีภาระกิจมากเพิ่มขึ้นค่ะ..!  - Group learning. The basic technology professionals, mathematics, social studies, history, religion, Thai language, English language, Science, Arts, Health Education, the tests, lesson plans, classroom research, and evaluation of the experiment, innovation, learning, media and vision, General Research, teachers Information, Education News, knowledge and other , etc. -.
close sorry

รหัสสมาชิก
 
รหัสผ่าน
 
Dissemination and exchange of educational research.
For educational personnel and the general public.
Teachers to learn the basics of technology and professional groups
in mathematics, history, social studies and religion, Thai, English, science, art, physical education.
ติดต่อ webmaster
อีเมล์ของท่าน:
เรื่อง:
ข้อความ:
Security Code       Click to reload image
ส่งพร้อมไฟล์:
 

ผลงานทางวิชาการ ถามมา-ตอบไป
close
แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ข่าวสารการศึกษา
close close

เค้าโครงการวิจัยในชั้นเรียน


ชื่อผู้วิจัย........................................ ....................................

กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้น ป.5 โรงเรียน.......................................................

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------


1.ชื่อเรื่อง ผลการใช้แบบฝึกทักษะการคัดลายมือและเขียนหวัดแกมบรรจงครึ่งบรรทัด สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕

2. ความเป็นมาและความสำคัญ
              ภาษาไทยเป็นภาษาที่สำคัญอย่างยิ่งของคนไทยในการติดต่อสื่อสาร เพราะภาษาไทย เป็นภาษาประจำชาติซึ่งถือว่าเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง และ เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าอย่างยิ่งของชาติไทย คนไทยทุกคนภาค ภูมิใจ และใช้ภาษาไทยอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษา 2542 และหลักสูตร ขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 ภาษาไทยประกอบด้วยทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียนในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จำเป็นต้องฝึกทักษะ ทั้ง 4 ด้านให้สัมพันธ กัน ในทักษะทั้ง 4 ด้านนี้ การเขียนนับว่าเป็นทักษะที่มีความสำคัญมากการเขียนนับว่าเป็นการถ่ายถอดมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญมาก เพราะการเขียนเป็นหลักฐานที่ช่วยให้คนรุ่นหลังทราบความเป็นมาของอดีตจนถึงปัจจุบัน
               ดังนั้นการเขียนให้ผู้อื่นอ่านออกง่ายและเข้าใจนั้น ลายมือนับว่าเป็นสิ่งสำคัญเพราะ ถ้าลายมือของผู้เขียนไม่ชัดเจน เช่นเขียนหวัดหัวบอด เล่นหาง มีรอยขีด ลบ ขีดฆ่าก็จะทำให้งานที่ทำสกปรกจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่5มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการคัดลายมือไม่ถูกต้องดังนั้นผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะพัฒนาเรื่องการคัดลายมือโดยใช้แบบฝึกทักษะการคัดลายมือ

3. วัตถุประสงค์การวิจัย
        1. เพื่อศึกษาความรู้ความเข้าใจของนักเรียนเรื่องการคัดลายมือ
        2. เพื่อศึกษาความสามารถในการคักลายมือ
        3. เพื่อศึกษาความรู้สึกของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกในการคัดลายมือ
      
4. สมมุติฐาน
       - นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในการคัดลายมือทุกคน
       - นักเรียนมีความสามารถในการคัดลายมือทุกคน
       - นักเรียนมีความรู้สึกและพึงพอใจในแบบฝึกการคัดลายมือในระดับดี

5. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
        - นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในการคัดลายมือ
        - นักเรียนความสามารถในการคัดลายมือ
        - นักเรียนมีความรู้สึกและพึงพอใจในการคัดลายมือ
        - ใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการสอนวิชาต่างๆ
        - ใช้เป็นเอกสารสำหรับค้นคว้าสำหรับครูผู้เกี่ยวข้อง

6. ขอบเขตของการวิจัย
        1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
             1.1 ประชากร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน.......................................ปีการศึกษา 25....   จำนวน 16 คน
              1.2 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน...................................... ปีการศึกษา 25.... จำนวน 23 คน
        2. ตัวแปรที่ศึกษา
              2.1 ตัวแปรต้น ได้แก่ การใช้แบบฝึกทักษะคัดลายมือและเขียนหวัดแกมบรรจงครึ่งบรรทัด สำหรับนักเรียนชั้น ป.5
              2.2 ตัวแปรตาม ได้แก่ ความสามารถในการคัดลายมือ และเขียนหวัดแกมบรรจงครึ่งบรรทัด สำหรับนักเรียนชั้น ป.5
        3. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
              3.1 แบบฝึกทักษะในการคัดลายมือ
              3.2 แบบทดสอบ
              3.3 แบบประเมินความสามารถในการคัดลายมือ
              3.4 เกณฑ์ประเมิน
 3.5 แบบสอบถามความรู้สึก
        4. ระยะเวลาและสถานที่  ใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน............................................ปีการศึกษา 25......ภาคเรียนที่ 1 เดือน .............-................พ.ศ. 25...............

7. สถิติที่ใช้ในการวิจัย
           - ค่าเฉลี่ย
          - ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(SD)
           - T-Test

8. นิยามศัพท์
           - นักเรียน หมายถึง นักเรียนที่กำลังเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน............................................ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 25....
          - การคัดลายมือ หมายถึงการเขียนหนังสือตัวบรรจงเต็มบรรทัด ครึ่งบรรทัด สวยงามและถูกต้องตามแบบกระทรวงศึกษาธิการ
           - แบบฝึก หมายถึง แบบฝึกหัดที่ให้นักเรียนฝึกคัดลายมือโดยมีลักษณะทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง มีรูปภาพประกอบ เนื้อหากะทัดรัด เหมาะกับความสนใจของผู้เรียน เนื้อหาในแบบฝึกนำมาจากสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เช่นหนังสือ อ่านประกอบ วารสาร นิตยสาร และสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ
           - ความรู้ความเข้าใจหมายถึงการคัดลายมือด้วยตัวต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัดได้ถูกต้อง
           - ความสามารถ ของนักเรียนเกี่ยวกับการคัดลายมือได้ถูกต้องคล่องแคล้ว
           - ความรู้สึก หมายถึง ความรู้สึกของนักเรียนที่มีต่อการคัดลายมือได้ถูกต้องและสวยงาม

9. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
        9.1 หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน สาระการเรียนรู้ภาษาไทยช่วงชั้นที่ 2
        9.2 ความหมายของการคัดลายมือ
        9.3 จุดมุ่งหมายของการการคัดลายมือ
        9.4 ประเภทของการคัดลายมือ
        9.5 ลักษณะของอักษรไทย
        9.6 ปัญหาและข้อบกพร่องในการคัดลายมือ
        9.7 หลักการสอนคัดลายมือ
        9.8 แนวทางในการพัฒนาการคัดลายมือ
        9.9 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับแบบฝึก
               - ความสำคัญของแบบฝึก
               - ประโยชน์ของแบบฝึก
               - ลักษณะของแบบฝึก
               - หลักในการสร้างแบบฝึก
               - หลักจิตวิทยาที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแบบฝึก
       9.10 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับแบบฝึก
            - งานวิจัยในประเทศ
           - งานวิจัยต่างประเทศ

 

รายงานวิจัยในชั้นเรียน

 

        เรื่อง  การศึกษาผลการใช้เพลงสร้างความพร้อมในการนั่งก่อนเรียน

ของนักเรียน  ชั้น ป.๒

      

โดย

 

.....................................................

ครู  คศ...

โรงเรียน.....................................................................

สังกัด  ....................... .................................................................

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คำนำ

         ตามที่กระแสของการปฏิรูปทางการศึกษา  รวมไปถึงการประกันคุณภาพ ก็ส่งผลให้ระบบการเรียนการสอนเปลี่ยนแปลงไป  รวมถึงบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา  โดยเฉพาะ ครู

        ส่วนหนึ่งที่ครูต้องตระหนักก็คือ  กระบวนการเรียนการสอน  การสอนในรูปแบบต่างๆ  และก็รวมไปถึงการจัดทำงานวิจัยที่เกี่ยวกับการเรียนการสอน

            ด้วยเหตุนี้เอง  งานวิจัยฉบับนี้จึงได้ถูกจัดทำขึ้น  ด้วยความรู้อันน้อยนิด  และก็คงเป็นจุดเริ่มต้นของงานฉบับอื่นๆอีกต่อไป

            อย่างไรก็ตาม  ข้าพเจ้าก็ได้รับความรู้และประสบการณ์การทำงานวิจัยฉบับนี้  และหวังว่างานวิจัยฉบับนี้คงเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ

 

                                                                               ลงชื่อ........................................................

                                                                                      (................................................)

                                                                                                        ครู  คศ....

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

   

สารบัญ

 

คำนำ                                                                                                                  1                                                                           บทคัดย่อ                                                                                                                     3

ความเป็นมา                                                                                                      4

คำถามวิจัย                                                                                                         5

วัตถุประสงค์                                                                                                       5

กลุ่มเป้าหมาย                                                                                                     5

เครื่องมือในการทำวิจัย                                                                                        5

ระยะเวลาดำเนินการ                                                                                           5

วิธีการดำเนินการ                                                                                                5

ผลของการวิจัย                                                                                                   6

ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย                                                                             7

ข้อเสนอแนะ                                                                                                        7

ภาคผนวก                                                                                                           8                              

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

บทคัดย่อ

โรงเรียน  ....................................................

การวิจัยในชั้นเรียน  หมายเลข .....

วันที่  ......   เดือน ........................   พ.ศ.   25....

หัวเรื่องวิจัย  การศึกษาผลการใช้เพลงสร้างความพร้อมในการนั่งก่อนเรียนของนักเรียนชั้นป.2

            ในการจัดการเรียนการสอน  วิชาดนตรี-นาฏศิลป์  ทุกๆ  ชั่วโมงของการเรียน  มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับระเบียบวินัยในการนั่ง  (ห้องเรียนดนตรี-นาฏศิลป์  ไม่มีโต๊ะและเก้าอี้  นักเรียนจะต้องนั่งกับพื้นห้อง)  ปัญหาที่พบมากและแก้ปัญหายากที่สุดคือ  ปัญหาเกี่ยวกับระเบียบวินัยในการนั่งเรียนของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่2  ข้าพเจ้าได้แก้ปัญหาหลายๆวิธี  ทั้งกำหนดกฎเกณฑ์  บ้างก็ดุว่ากล่าวตักเตือน  ถึงต้องทำโทษเป็นบางครั้ง  แต่ก็เป็นปัญหาแก้ได้ชั่วครั้งชั่วคราว  เมื่อมีกิจกรรมในครั้งต่อไปก็จะเกิดปัญหาเช่นนี้อีก  ข้าพเจ้าคิดหาวิธีการว่าจะมีวิธีการใดที่สามารถทำให้เด็กเกิดระเบียบวินัย   ยอมปฏิบัติด้วยความเต็มใจและระเบียบวินัยที่เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียน

            เมื่อทราบถึงปัญหาและคิดวิธีการที่จะแก้ปัญหาได้แล้ว  ข้าพเจ้าได้แต่งเพลงพร้อมทำนองเพลง“เพลงนั่ง”  แล้วคัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย  โดยใช้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1  จำนวน 39  คน  โดยใช้ระยะเวลาในการดำเนินการวิจัยเป็น 4  ระยะ  (4  สัปดาห์)  แล้วเริ่มใช้เครื่องมือดังกล่าวกับกลุ่มเป้าหมายและสังเกตพฤติกรรมในแต่ละระยะ

            ผลการที่ใช้เพลงสร้างวินัยในการนั่ง  พฤติกรรมของนักเรียนได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น  ถึงแม้ว่ายังไม่ดีขึ้นทุกๆคน  แต่ส่วนใหญ่แล้วนักเรียนจะปฏิบัติได้  และเพิ่มจำนวนมากขึ้นในระยะที่ 2,3 และ 4  ตามลำดับ  และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือระเบียบวินัยของนักเรียนเกิดด้วยความเต็มใจ  สมัครใจ  โดยไม่มีการบังคับหรืออยู่ภายใต้เงื่อนไขและกฎเกณฑ์ใดๆ

            ข้าพเจ้าดีใจที่ได้ใช้เครื่องมือดังกล่าว  ในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการสร้างระเบียบวินัยของนักเรียน  และได้ผลเกินคาด  ซึ่งจากผลการวิจัยในครั้งนี้  ข้าพเจ้าจะนำเอาหลักการและวิธีการที่ได้ผลเพื่อขยายผลไปยังกลุ่มเป้าหมายอื่นๆต่อไป

                                                                                       ลงชื่อ………………………………

                                                                                              (..............................................)    

                                                                                                               ครู  คศ..     

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 รายงานการวิจัยชั้นเรียน

การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน (Classroom  Action  Research)

การวิจัยแบบไม่เป็นทางการ                   (Informal  Research)

โรงเรียน...............................สังกัด......................................................................
 

เรื่อง  การศึกษาผลการใช้เพลงสร้างความพร้อมในการนั่งก่อนเรียนของนักเรียน  ชั้น  ป.2 

ความเป็นมา

            ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้สอนวิชา  ดนตรี-นาฏศิลป์  ในระดับชั้น  ป.1-6  สถานที่ที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรมทางการเรียนการสอน  คือ   ห้องดนตรี-นาฏศิลป์  ห้องดังกล่าวนี้จะมีข้อแตกต่างห้องเรียนประจำชั้นอื่นๆ  เพราะไม่มีโต๊ะและเก้าอี้สำหรับนักเรียนนั่งเรียน  นักเรียนจะนั่งรวมกันที่พื้นห้อง  โดยครูผู้สอนจะจัดระบบและระเบียบร่วมกันหลายๆชั้นเรียน  ที่มาในห้องดนตรี-นาฏศิลป์  ซึ่งเป็นข้อตกลงของนักเรียนและครูที่กำหนดร่วมกัน

            ครั้นเมื่อเริ่มกิจกรรมการเรียนการสอน  ข้าพเจ้าได้สังเกตเห็นว่าพฤติกรรมของนักเรียนที่มาใช้ห้องดนตรี-นาฏศิลป์  หลายๆห้องไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลง  คือ  ก่อนเข้าห้องเรียนจะต้องเข้าแถวเรียงตามลำดับไหล่  ถอดรองเท้าวางหน้าห้องเรียนให้เป็นระเบียบ  เมื่อเข้าห้องแล้วต้องนั่งเป็นแถว  (แถวละ  6  คน)  ไม่คุยกันและเล่นกันในขณะครูสอน  โดยเฉพาะนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่2  พฤติกรรมที่ข้าพเจ้าสังเกตเห็นก็คือ  การนั่งไม่เป็นระเบียบ  ไม่เป็นแถว  จับกลุ่มคุยกันและหยอกล้อกัน  ข้าพเจ้าพยายามที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวหลายๆรูแบบ  บางครั้งข้าพเจ้าก็ดุ  ว่ากล่าวตักเตือน  บ้างก็ลงโทษตามสมควร  แต่พฤติกรรมต่างๆ  ที่กล่าวมาไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีมากนัก  ปรับเปลี่ยนบ้างก็ตอนที่ครูดุหรือตอนถูกทำโทษเท่านั้น

            ข้าพเจ้าจึงได้ทดลองใช้เพลง  “เพลงนั่ง”  เพื่อมาสร้างวินัยในการนั่งของนักเรียน  ข้าพเจ้าได้ทดลองหลายๆ  ห้องเรียนผลปรากฏว่าเพลงที่ข้าพเจ้าได้นำมาใช้นั้นทำให้เด็กนักเรียนหลายๆห้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดี  แต่ข้าพเจ้าได้คัดเลือกมาทำวิจัยเป็นกรณีพิเศษ  คือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1  ซึ่งเป็นเพลงที่ข้าพเจ้าได้แต่งขึ้นเพื่อใช้ในกิจกรรมนี้โดยเฉพาะ

 ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คำถามวิจัย    ทำอย่างไรให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 มีความพร้อมในการนั่งเรียนวิชา ดนตรี-นาฏศิลป์

 วัตถุประสงค์ 

      1.เพื่อพัฒนาระเบียบวินัยในตนเอง  โดยใช้เพลงนั่งไปช่วยในการพัฒนาเกี่ยวกับการสร้างวินัยในการนั่งเรียนวิชาดนตรี

 กลุ่มเป้าหมาย

      นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1

 เครื่องมือในการทำวิจัย

เพลงนั่ง

 ทำนองเพลงไม้หก

                                                                                                                เนื้อร้อง  ระยูร  สิงห์ฉลาด

                           เด็กจ๋านั่งลง  นั่งลง                              นั่งตัวตรงๆอย่าทำเสียงดัง

                      คุณครู  จะสอน  จะสั่ง                             เราต้องนั่งฟัง  เราต้องนั่งตรง

 

ระยะเวลาดำเนินการ

       1.  เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม  2550  สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนที่มาใช้ห้องเรียน          ดนตรี-นาฏศิลป์  (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2/1-2/3)

        2.  เดือนมกราคม  25..  คัดเลือกชั้นประถมศึกษาปีที่  2/.  มาทำวิจัยโดยใช้เพลง  “เพลงนั่ง”

        3.  ระยะเวลาในการใช้เพลง  “เพลงนั่ง”  เพื่อวิจัยแบ่งเป็น  4  ระยะ  (4สัปดาห์)  ที่ใช้ระยะเวลา  4  สัปดาห์เพราะได้ใช้กับการทำวิจัยเรื่องอื่นแล้วได้ผล  หลังจากนั้นทำการสังเกตพฤติกรรมในแต่ละช่วงแล้วเปรียบเทียบ 

 วิธีการดำเนินการ

         1. สอนเด็กให้ร้องเพลงนั่ง

          2. ขณะร้องเพลงให้เด็กแสดงท่าทางประกอบไปด้วย

          3. เมื่อเพลงจบนักเรียนจะนั่งอย่างเป็นระเบียบตามข้อตกลง

 ผลของการวิจัยโดยใช้เพลงนั่ง

      หลังจากได้ทำการวิจัยโดยใช้เพลงนั่งเพื่อสร้างความพร้อมในการนั่งก่อนเรียน  พฤติกรรมของนักเรียนได้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น  โดยสรุปผลดังนี้

ระยะเวลา

พฤติกรรม

คิดเป็นร้อยละ

สัปดาห์ที่  1

 -  นักเรียน  10  คน  จะปฏิบัติได้ไม่ค่อยดี  แลไม่ค่อยสนใจในกฎเกณฑ์หรือข้อตกลงที่ครูและนักเรียนได้สร้างร่วมกัน

 25.60

สัปดาห์ที่  2

 -  นักเรียน  20  คน  เริ่มเข้าใจและเริ่มตระหนักในการปฏิบัติตนตามข้อตกลงร่วมกัน

 51.20

สัปดาห์ที่  3

 -  นักเรียน  35  คน  ปฏิบัติได้  ตื่นตัวกับการร้องเพลงและการปฏิบัติตนแต่ก็มีบางคนยังช้าอยู่

89.70

สัปดาห์ที่  4

 -  นักเรียนทุกคนสามารถปฏิบัติตามเกณฑ์และข้อตกลงร่วมกันได้อย่างถูกต้อง

 100

xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o />xml:namespace prefix = o /> ข้อสังเกต

        1. การใช้เพลงเพื่อการสร้างวินัยในการนั่ง  ทำให้นักเรียนปรับตัวได้ดี  มีระเบียบและที่สำคัญนักเรียนยอมปฏิบัติด้วยความสมัครใจ

        2. นักเรียนบางคนยังปรับตัวเองช้า

 ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย

            ผลจากการใช้เพลงนั่งไปช่วยพัฒนาระเบียบวินัยความพร้อมในการนั่งเรียนวิชาดนตรี-นาฏศิลป์  ผลปรากฏว่านักเรียนได้มีความพร้อมที่จะนั่งเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 ข้อเสนอแนะ

       1. ควรเพิ่มระยะเวลาในการวิจัยให้มากกว่า  4  สัปดาห์

       2. กิจกรรมที่ใช้ในการวิจัยควรนำไปขยายผลให้เกิดประโยชน์ต่อกลุ่มเป้าหมายอื่นๆในโอกาสต่อไป

 

 

             ขอรับรองว่าได้ปฏิบัติจริง

 

        ลงชื่อ……….....……………….. .....                                      ลงชื่อ………………………………

                  (.........................................)                                                     (.............................................)

    ผู้อำนวยการโรงเรียน…......……..........……                                                          ครู  คศ...

 

 

 ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

                                                                                    

เครื่องมือในการทำวิจัย

 

เพลงนั่ง

 

          เด็กจ๋านั่งลง  นั่งลง                        นั่งตัวตรง  ตรง  อย่าทำเสียงดัง

คุณครูจะสอน  จะสั่ง                         เราต้องนั่งฟัง  เราต้องนั่งตรง

 

 

***จัดทำในรูปแบบของเทปคาสเซ็ท

 

  ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ภาคผนวก

 

***  เครื่องมือ  ***

 

***  การสะท้อนความคิด

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

*การสะท้อนความคิด*ผู้เข้าร่วมการอบรมวิจัยในชั้นเรียน

 

วิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน  ปีการศึกษา……………..

 

ชื่อ-สกุลผู้วิจัย…………………………………………………………………………..

โรงเรียน………………………………………………………………………………………..

หัวข้อวิจัย………………………………………………………………………………………

 

……………………………………………..

การสะท้อนความคิด  (Reflect)

……………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………

 

ลงชื่อ......................................................................

       (......................................................................)

ตำแหน่ง...............................................................

โรงเรียน....................................................................................

                                                                                                                                                                                  

 

 

            ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตัวอย่างงานวิจัยในชั้นเรียน

การวิจัยในชั้นเรียนแบบหน้าเดียว โดย สุกัน  เทียนทอง


          การวิจัยในชั้นเรียน(Classroom Action Research :CAR)

          Kemmis, S.กล่าวว่า Kurt Lewin เป็นคนแรกที่ใช้คำว่า"action reseach"  โดยมีขอบเขตอยู่ที่การ แก้ปัญหา และพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๔๔ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาศักยภาพครู ให้มีความเป็นผู้นำทางวิชาการปฏิบัติหน้าที่  โดยใช้กระบวนการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ให้ครูสามารถใช้การวิจัย  เพื่อ    พัฒนาการเรียนรู้ให้ครูสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ และให้สามารถศึกษา  ค้นคว้า วิจัย  เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับ  กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนซึ่งสอดคล้อง กับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๔ (๕)  ให้สถานศึกษาส่งเสริมให้ครูผู้สอนสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ  เรียนรู้ มาตรา  ๓๐  ให้สถานศึกษาส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้  มาตรา ๖๗ รัฐจ้องส่งเสริมให้มี    การวิจัยและพัฒนา การผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา  โดยมีครูเป็นผู้ปฏิบัติการวิจัย  เรียกว่า  ครูนักวิจัย (teacher as Research ซึ่งจะต้องมีพันธกิจ (Mission) ที่จะต้องค้นหาคำตอบเพื่อแก้ปัญหาต่อไป

          ในการจัดทำวิจัยในชั้นเรียน  ถ้าหากครูต้องเขียนรายงานการวิจัยทั้ง   บท  จะต้องใช้เวลายาวนานหลายคนจึงไม่สามารถเขียนรายงานการวิจัยแบบยาวๆ ได้  จึงนำเสนอวิธีการเขียนรายงานการวิจัยแบบง่ายๆ  สั้นๆ ซึ่งสามารถทำวิจัยได้ทั้งครู และนักเรียน  ตามแนวของกรมวิชาการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
 

  จุดประสงค์ทั่วไปของการทำวิจัย
          
๑.เพื่อแก้ปัญหานักเรียนในชั้นที่ตนเองสอน
             - สอนไปแล้วมีปัญหา   หรือนำปัญหาจากผลการสอนปีที่ผ่านมาหรือคิดหาวิธีการสอนใหม่ๆ  มาช่วยให้การสอน สนุกสนานยิ่งขึ้นแล้วทำการวิจัยโดยไม่จำเป็นต้องเขียนเค้าโครงการวิจัยก็ได้ และไม่จำเป็นต้องบันทึกขออนุญาตผู้บริหารหรือเสนอหัวหน้าฝ่ายต่างๆให้ความเห็นชอบ
             - เขียนรายงานการวิจัยสั้นๆ หน้าเดียวหรือ ๒ - ๑๐ หน้า
             - บันทึกรายงานเสนอผู้บริหารสถานศึกษาทราบ
             - ถ่ายเอกสารเผยแพร่ให้ครูในโรงเรียน หรือโรงเรียนอื่นๆ เพื่อสะสมเป็นผลงานของเรา
          
๒.เพื่อประกอบการเสนอเลื่อนตำแหน่งทางวิชาการ อาจารย์ ๓
             - แก้ปัญหานักเรียนในชั้นที่ตนเองสอน
             - เมื่อแก้ปัญหาแล้ว เขียนรายงาน สรุป เสนอประกอบการเลื่อนตำแหน่ง
             - รายงานการวิจัยควรมีองค์ประกอบที่สมบูรณ์ โดยทั่วไปจะมี ๕ บท
     
รูปแบบของการวิจัยที่เหมาะในการนำไปวิจัยในชั้นเรียน
          ๑. การวิจัยเชิงสำรวจ   เช่น   สำรวจว่านักเรียนแต่งกายไม่เรียนร้อยนั้นมีกี่คน   ใครบ้างสำรวจความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ สำรวจนักเรียนว่าใครเคยสูบบุหรี่บ้าง
          ๒.การวิจัยหาความสัมพันธ์ เช่นนักเรียนกลุ่มที่เรียนเก่งกับกลุ่มเรียนอ่อนมีความสัมพันธ์ กับอาชีพผู้ปกครองหรือไม่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ มีความสัมพันธ์กับภาษาไทย  หรือไม่
          ๓.การวิจัยเปรียบเทียบ   เช่น   การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์วิชาสังคมศึกษาเรื่องการ เลือกตั้งระหว่างการสอนแบบแสดงบทบาท สมมติกับการสอนแบบบรรยาย
          ๔.การวิจัยทดลองเชิงเหตุผล จะแบ่งกลุ่มทดลองเป็นกลุ่มๆ แล้วเปรียบเทียบว่าใคร ดีกว่ากัน เช่น ทดลองวิธีสอนสองวิธี โดยใช้นักเรียนห้อง ก. และห้อง ข. มีจุดอ่อนคือนักเรียน อาจแอบดูกัน หรือสอบถามกันนอกห้องมีนักเรียนกลุ่มหนึ่งได้ผลดี แต่อีกลุ่มยังอ่อนเหมือนเดิม
          ๕.การวิจัยเชิงทดลองและพัฒนา วิธีนี้ใช้นักเรียนกลุ่มเดียวไม่ต้องเปรียบเทียบวิธีสอนแบบดั้งเดิมกับวิธิสอนใหม่ แต่นำวิธีสอนแบบใหม่มาใช้ได้เลย หรือพัฒนาสื่ออุปกรณ์มาใช้สอนหรือจัดทำแผนการสอนให้ดีแล้วนำไปสอนนักเรียนจะสอน ๑ ห้อง ๕ ห้อง หรือ ๑๐ ห้องก็ได้
          สถิติที่ใช้ไม่จำเป็นต้องใช้ T -Test หรือ F - test เราใช้เพียงค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานก็พอแล้ว โดยอาจจะมีการทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน ซึ่งกรมวิชาการ  สรุปว่า การวิจัยในชั้นเรียนที่น่าทำมากที่สุด คือ รูปแบบที่ ๕ เป็นการวิจัยเชิงพัฒนา ใช้กับนักเรียนกลุ่มเดียว เหมาะกับการเรียนการสอนมากที่สุด

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
          ๑.จะมีข้อเดียวหรือหลายข้อก็ได้ แต่ต้องอยู่ในขอบข่ายของประเด็นปัญหา การวิจัยที่กำหนดไว้เท่านั้น
          ๒.ควรกำหนดเป็นข้อๆ  เช่น  สำรวจเปรียบเทียบ  หาความสัมพันธ์  หาผลกระทบหาความสอดคล้อง เช่น
                 ๑) เพื่อศึกษา เจตคติเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และการสนับสนุนของผู้ปกครองของนักเรียนที่ร่วมทำและไม่ร่วมทำ โครงงานวิทยาศาสตร์
                 ๒) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครู    เกี่ยวกับการนิเทศภายในจำแนกตามเพศวุฒิการศึกษา และประสบการณ์สอน
                 ๓) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอาชีพของผู้ปกครอง กับความสามารถทางคณิตศาสตร์
                 ๔) เพื่อศึกษาอิทธิพลของ  ๑๐ องค์ประกอบ ที่มีผลต่อความพึงพอใจของหัวหน้าคณะและหัวหน้าแผนกวิชา ช่างอุตสาหกรรม
          การวิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เรื่อง
     
คำราชาศัพท์ โดยการแสดงลิเกกับการสอนแบบปกติ
         
วัตถุประสงค์ :
                 ๑. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ระหว่างกลุ่มที่เรียนโดยการแสดงลิเกกับกลุ่มที่เรียนแบบปกติ
                 ๒. เพื่อเปรียบเทียบความคงทนในการเรียนรู้ ระหว่างการเรียนภาษาไทยโดยการแสดงลิเกกับกลุ่มที่เรียนแบบ ปกติ
          นวัตกรรม (Innovation)  หมายถึง  สิ่งประดิษฐ์หรือวิธีการใหม่ๆ  หรือปรับปรุงของเก่าให้เหมาะสม โดยการ ให้เหมาะสม   โดยการทดลองหรือพัฒนาจนเป็นที่น่าเชื่อถือได้ว่าจะมีผลดี    ในทางปฏิบัติสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
         
ประเภทนวัตกรรม
                 ๑.สื่อสิ่งประดิษฐ์  เช่น  กล้องโทรทัศน์  หนังสือ  คู่มือครู   แบบเรียนโปรแกรมวิดิทัศน์    แผนการสอน      ชุดการสอน   ศูนย์การเรียน   สื่อประสม   คอมพิวเตอร์ช่วยสอน   เกม   เพลง  แบบฝึกต่างๆ เอกสารประกอบการสอน      ใบความรู้ ใบงาน สไลด์ แผ่นโปร่งใส ข่าวหนังสือพิมพ์
                 ๒.วิธีการหรือเทคนิค  เช่น  วิธีทดลอง วิธีไตรสิกขา วิธีอริยสัจ ๔ วิธีสอนแบบโครงงานวิธีสอนแบบสหกิจ     วิธีสอนแบบโยนิโสมนสิการ  วิธีสอนแบบStoryline  วิธีสอนแบบสากัจฉา  วิธีสอนแบบดาว ๕ แฉก CIPPA Model,     Mind Mapping  วิธีสอนแบบมุ่งประสบการณ์ วิธีสอนแบบอภิปราย  วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้  การแสดงละคร     บทบาทสมมติ สถานการณ์จำลอง ทัศนศึกษา สอนซ่อมเสริม การสอนเป็นทีม การสอนตามสถาพจริง การเรียนรู้จากการ     ปฏิบัติจริง  การเรียนรู้แบบบูรณาการ การเรียนรู้จากชุมชนและธรรมชาติ  วิธีสอนแบบซินดิเคท  วิธีสอนแบบลีลาศึกษา      วิธีสอนแบบลักศาสตร์ วิธีสอนแบบเบญจขันธ์ วิธีสอนแบบวรรณี วิธีสอนแบบเรียนเพื่อรอบรู้ (Mastery Learning)     วิธีสอนแบบอนุมาน   วิธีสอนแบบวิพากษ์วิจารณ์ วิธีสอนแบบวัฏจักรการเรียนรู้(4 MAT System)  เป็นต้น
          ขั้นตอนการวิจัย
          ในการทำวิจัยอย่างเป็นระบบผู้เขียนแบ่งขั้นตอนการวิจัยเป็น ๖ ขั้น คือ
                 ขั้นที่ ๑ บอกปัญหาของนักเรียน
                 ขั้นที่ ๒ บอกวิธีแก้ปัญหา
                 ขั้นที่ ๓ จัดทำสื่อ/อุปกรณ์/แบบฝึก/นวัตกรรม
                 ขั้นที่ ๔ ทดลองสอน/ลงมือแก้ปัญหา
                 ขั้นที่ ๕ วัดผล วิเคราะห์ สรุป
                 ขั้นที่ ๖ เขียนรายงานสั้นๆ หน้าเดียว
                 
ขั้นที่ ๑ บอกปัญหาของนักเรียน
                       แบ่งได้ ๓ พวก คือ
                      ๑. ปัญหาด้านพฤติกรรม / ความประพฤติ เช่น การแต่งกายไม่เรียบร้อย ไว้ผมยาว พูดเสียงดัง หยาบคาย      ก้าวร้าว สูบบุหรี่ ไม่มีระเบียบวินัย พูดสอดแทรก ชอบรังแกเพื่อน ฯลฯ
                      ๒.ปัญหาด้านวิชาการ  เช่น  สอบได้คะแนนน้อย  อ่านหนังสือไม่คล่อง  เขียนหนังสือไม่สวย พูดไม่ชัด     ขาดทักษะการทำงาน แต่งประโยคไม่เป็น สรุปองค์ความรู้ไม่ได้ ฯลฯ
                      ๓.ปัญหาด้านจิตพิสัย   เช่น   ขาดความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ เซื่องซึม หงอยเหงา ความเมตตากรุณา     ความเสียสละ ความกตัญญูกตเวที เจตคติต่อวิชาที่เรียน

การกำหนดหัวข้อวิจัย
                         ๑.อย่ากำหนดหัวข้อที่ยาก หรือเป็นหัวข้อที่มีความเพ้อฝันมากเกินไป มันจะเกินขีดความสามารถของ    นักวิจัย
                         ๒.เป็นเรื่องที่ตนเองสนใจ และควรอยู่ในสาขาของตนเอง หรือวิชาที่ตนเองสอน
                         ๓.หัวข้อวิจัยควรทันต่อเหตุการณ์ ทันสมัย มีคุณค่า เป็นที่สนใจของหน่วยงานต่างๆ มีประโยชน์ต่อ     บุคคลและสถาบัน และเสริมความรู้ใหม่ๆ
                 
ขั้นที่ ๒ บอกวิธีแก้ปัญหา
                       วิธีแก้ปัญหาคือ การใช้นวัตกรรมประเภทสื่อสิ่งประดิษฐ์  หรือวิธีการสอนแบบต่างๆ  ที่เหมาะสมต่อ     ปัญหานั้นๆ โดยครูตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะสมเอง  หรือศึกษาจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น
                       ๑.ปัญหาการสอนในปีที่ผ่านมา  นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ  อาจแก้โดยใช้ศูนย์การเรียน     แบบเรียนโปรแกรม การเรียนแบบร่วมมือ นิทาน เพลง เกม การทดลอง แบบฝึกทักษะ   ฯลฯ
                       ๒.ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากการสอนในชั่วโมงที่ผ่านมา  นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ต่ำแก้โดยใช้วิธีการสอน     ซ่อมเสริม   เช่น   การสอนซ่อมเสริมโดยครู  เพื่อนสอนเพื่อน  พี่สอนน้อง  ศึกษาด้วยตนเองจากหนังสืออ่านเพิ่มเติม     แบบเรียนโปรแกรม วีดิทัศน์ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นต้น
                 
ขั้นที่ ๓ จัดทำสื่อ/อุปกรณ์/ แบบฝึก/นวัตกรรม
                       ในการอบรมการวิจัยทั่วๆไป มักจะใช้คำว่า สร้างนวัตกรรม ซึ่งบางท่านอาจจะคิดว่าเป็นสื่อที่ยิ่งใหญ่     ยากแก่การจัดทำ ผู้เขียนจึงใช้คำว่า จัดทำสื่อ อุปกรณ์ แบบฝึก หรือนวัตกรรมซึ่งทำให้ท่านเข้าใจดีขึ้นและรู้สึกว่าเป็น      สิ่งที่ง่ายเพราะคุณครูได้จัดทำขึ้นมาแล้วในการสอนแต่ละวิชาในการวิจัยในชั้นเรียน สื่อที่ท่านจัดทำขึ้นไม่จำเป็นต้องไปหาคุณภาพของสื่อ เช่น หา ประสิทธิภาพของศูนย์การเรียนตามเกณฑ์ ๘๐ /๘๐ หาคุณภาพของแบบสอบถาม ประเมิน การใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ประเมิน คุณภาพของแผนการสอน   หาค่า IOA,ค่า IOC, ค่า CV,หาค่าความยากง่ายของแบบทดสอบ  เป็นต้น    แต่ท่าน สามารถนำแบบฝึกหรือข้อสอบที่จัดทำ ขึ้นไปใช้ ได้เลย มิฉะนั้นท่านจะกังวลใจและรู้สึกว่าการวิจัยเป็นเรื่องที่ยุ่งยากไม่อยากทำ
                 
ขั้นที่ ๔ ทดลองสอน /ลงมือแก้ปัญหา
                       การทดลองวิจัย จะทำตามวิธีดำเนินการซึ่งจะใช้เวลาในการวิจัย ๒ ชั่วโมง หรือ ๑ สัปดาห์ หรือ  เดือนก็ได้ แต่ไม่ควรนานเกิน ๒ เดือน เพราะการวิจัยในชั้นเรียนมักจะเป็น เรื่องสั้นๆ ปัญหาเล็กๆ เช่น การแก้ปัญหา  ทักษะกระบวนการสังเกตโดยใช้แบบฝึกการสังเกต ซึ่งอาจมี ๒ - ๓ แบบฝึกหัด สามารถดำเนินการให้เสร็จได้ภายใน      ๑ ชั่วโมง หรือ ๒- ๓ ชั่วโมง ก็ได้
                 
ขั้นที่ ๕ วัดผล วิเคราะห์ สรุป
                       เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลมีหลายอย่าง เช่น แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบ ประเมิน แบบซักถาม แบบวัดเจตคติ แบบทดสอบ แบบตรวจผลงาน
                       "ครูผู้สอนไม่ต้องกังวลเรื่องจำนวนหน้า หรือรูปแบบการเขียนรายงาน เพราะสิ่งที่เรา กำลังพูดกันคือ รูปแบบการเขียนที่ไม่เป็นทางการ จึงคววรเขียนแบบสั้นๆ หน้าเดียว หรือกี่หน้าก็ได้"
                       การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติค่าที (t-test) แบบ dependent group ในกรณีที่ใช้กลุ่มตัวอย่างเดียว การจัดอันดับคุณภาพเป็นต้น
                       การสรุปผล ให้สรุปตามหัวข้อของวัตถุประสงค์ในการวิจัย อาจมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ได้
                 
ขั้นที่ ๖ เขียนรายงานสั้นๆ หน้าเดียว
                       การเขียนรายงานให้สมบูรณ์ทั้ง ๕ บท อาจจะต้องใช้เวลานาน ครูผู้สอนไม่ต้องกังวล เรื่องจำนวนหน้า      หรือรูปแบบการเขียนรายงาน เพราะสิ่งที่เรากำลังพูดกันคือรูปแบบการเขียน ที่ไม่เป็นทางการจึงควรเขียนแบบสั้นๆ       หน้าเดียว หรือกี่หน้าก็ได้ ขอให้เขียนอ่านแล้วรู้เรื่อง เข้าใจว่าครูกำลังทำอะไร ซึ่งจะช่วยให้ท่านสามารถทำการวิจัย             ปีหนึ่งได้หลายเรื่อง ผลประโยชน์จะเกิดขึ้นกับนักเรียนและตัวครู เมื่อทำการวิจัยหลายเรื่องจนเกิดความชำนาญแล้วก็      สามารถทำเป็นแบบสมบูรณ์ที่มีหลายบทได้
ตัวอย่าง การเขียนรายงานการวิจัยแบบหน้าเดียวของต่างประเทศ

                                                                                                                     (สำอาง สีหาพงษ์ ๒๕๔๔:๗๘)



          เรื่อง      การเข้าคิวในชั้นเรียน
          ผู้วิจัย    ครูมาร์ธา
          วันที่     ๑๐ สิงหาคม ๒๕๔๒
     xml:namespace prefix = o ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:office" />

    บันทึกรายงานการวิจัย

                    
  ฉันพบว่านับวันนักเรียนในห้อง ป.๓ จะเข้าคิวเพื่อให้ตรวจงานหรือการบ้าน ที่ หน้าโต๊ะครูยาวขั้นเรื่อยๆ   ฉันหารือปัญหานี้กับนักเรียนในห้อง ก็ได้ข้อสรุปว่า ต่อไปนี้จะมี นักเรียนคนหนึ่งคอยช่วยจับเวลาว่าในทุกๆ ๔ นาที มีนักเรียนจำนวนกี่คนที่ยืนเข้าคิว และ ตัวฉันเองก็จะจดบันทึกว่านักเรียนที่มายืนรอหน้าโต๊ะแต่ละคนมาด้วยปัญหาอะไรต้องการ ความช่วยเหลืออะไร ทุกวันตอนเช้าฉันจะประกาศว่าเมื่อวานจำนวนนักเรียนที่เข้าคิวเฉลี่ย มีกีคนหลังจากสัปดาห์แรกผ่านไป ฉันก็พบว่าจำนวนนักเรียนในห้องทั้งหมด ๓๐ คน มี นักเรียน ๘ คนใช้เวลา มากกว่านักเรียนอื่น ฉันก็เลยพูดคุยกับเด็กกลุ่มนี้ถึงความสำคัญของ การเรียนรู้ด้วยตนเอง การพึ่งตนเอง และฉันก็ เปลี่ยนระบบการส่งงานที่เคยซ้อนกันบนโต๊ะ เป็นวางถาดตะแกรง ๒ อันที่หลังห้อง ในปลายสัปดาห์ที่สอง ฉันพบว่าคิวเริ่มหดสั้นลงจาก ๖ คน โดยเฉลี่ยเหลือเพียง ๒ คน พวกเราเห็นพ้องกันว่าศึกษาครั้งนี้คุ้มค่า และตกลงกันว่าถ้าเมื่อไรคิวยาวอีก เราก็จะใช้วิธีการกระตุ้นแบบเดิมนี้ซ้ำอีก นไม่คิดว่าคำพูดที่จริงจังของฉัน หรือการวางตะแกรง ๒ อัน จะอธิบายการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ ฉันเดา ว่าสาเหตุดังกล่าวน่าจะมาจากนักเรียนในห้อง กำลังสนใจการทำให้คิว สั้นลง แต่การทดลองนี้ก็บรรลุเป้าหมาย ตามที่ฉันต้องการ และพวกนักเรียนก็รู้สึกสนุกที่ได้ ร่วมอยู่ใน กระบวนการวิจัยนี้

                                                                                                                 มาร์ธา


ตัวอย่าง การเขียนรายงานการวิจัยแบบหน้าเดียว

                                                                                                             (กองวิจัยทางการศึกษา , ๒๕๔๔:๘๒)

          เรื่อง    การแก้ปัญหาการเขียนเรียงความวิชาภาษาไทย ชั้นประถมปีที่ ๕ โดยวิธีการฝึกซ้ำ

          ผู้วิจัย   นางสาวมาลี 

                          หลังจากที่ดิฉันได้สอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ หน่วยบูรณาการเรื่องท้องถิ่น ของเราโดยให้นักเรียนไปศึกษาประเพณีหรือวัฒนธรรมไทยท้องถิ่นของตนคนละ ๑ เรื่อง และเปิดโอกาสให้นักเรียนเลือกใช้วิธีการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองได้ตามความเหมาะสม เช่น การสัมภาษณ์ การเข้าร่วมกิจกรรม ฯลฯ จากนั้นจึงให้นักเรียนเขียนเรียงความเรื่อง "ประเพณีและวัฒนธรรมในท้องถิ่น" เมื่อนักเรียนเขียนเสร็จแล้ว ได้คัดเลือกนักเรียนจำนวน ๓ คนเป็นกรรมการ อ่าน และแสดงความคิดเห็นต่อเรียงความของนักเรียนคนอื่น เรื่องการเขีนยสะกดการันต์ การใช้คำและการเรียงลำดับจากนั้นฉันจึงได้ตรวจผลงาน ของนักเรียนแล้วบันทึกข้อมูลลงในแบบบันทึก

          แบบบันทึกการเขียนเรียงความผลการเขียนเรียงความของนักเรียนครั้งนี้ พบว่านักเรียนทั้งหมดมีปัญหา ในเรื่องของการใช้คำและการเรียงลำดับข้อความ  ดังนั้น  ดิฉันจึงคิดวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าว   โดยใช้วิธีการฝึกซ้ำด้วยการเปลี่ยนเรื่องให้นักเรียนเขียนใหม่ เพื่อมุ่งให้นักเรียนสามารถเขียน เรียงความได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ซึ่งมีขั้นตอนต่อไปนี้
                          ๑.แจ้งผลการเขียนเรียงความเรื่อง "ประเพณีและวัฒนธรรมในท้องถิ่น" ให้นักเรียน ทราบถึงจุดดี ดด้อยของผลงาน
                          ๒.ให้นักเรียนเรียงความเรื่อง "ประสบการณ์ที่ฉันประทับใจ"
                          ๓.ทำการตรวจผลงานและแจ้งผลให้นักเรียนทราบ แต่ในครั้งนี้พบว่ามีนักเรียนบางคนยังมี ข้อบกพร่องอยู่บ้าง จึงใช้วิธีการให้นักเรียนฝึกเขียนใหม่อีก ทำเช่นนี้อีกประมาณ ๓ ครั้ง แล้วนำผลงานมาแสดงให้นักเรียนเห็นความแตกต่างในเชิงพัฒนาขึ้น  ในที่สุดทำให้ดิฉันค้นพบความรู้ประการหนึ่งว่า การที่นักเรียนจะเขียนเรียงความได้ดีนั้นต้องใช้   วิธีการฝึกฝนบ่อยๆ และเรื่องที่นักเรียนจะเขียนได้ดีนั้นต้องเป็นเรื่องใกล้ตัว และเกี่ยวกับตัวนักเรียน

                                                                                                                         ครูมาลี


 

ชื่อเรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓

          เรื่อง 
บรรยากาศ (เนื้อหาการคำนวณ) โดยการเรียนแบบร่วมมือ

          ชื่อผู้วิจัย นายสุกัน เทียนทอง อาจารย์ ๓ ระดับ ๘ โรงเรียนศิริราษฎร์วิทยา  

          สภาพปัญหาและความจำเป็น

                    
จากการที่ผู้วิจัยได้สอนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ว ๓๐๕ เนื้อหาเกี่ยวกับการคำนวณ เรื่องคุณสมบัติของอากาศพบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปี ๒๕๔๔   ต่ำมาก   ได้คะแนนเฉลี่ยร้อยละ ๔๖.๓๐  จึงจำเป็นต้องปรับปรุงเทคนิคการสอนให้มีคุณภาพ ซึ่งเทคนิค การสอนตามแนวปฏิรูปการเรียนรู้ใหม่ๆ มีหลายวิธี โดยเฉพาะวิธีการเรียนแบบร่วมมือ (Cooperative Learning) เป็นรูปแบบการสอนอีกแบบหนึ่งซึ่งจะช่วยให้ครูสามารถนำไป พัฒนาการเรียนการสอนได้ ผู้วิจัยจึงให้นักเรียนเรียนร่วมกันเป็นกลุ่ม สมาชิกทุกคนมีส่วน รับผิดชอบ ในงานที่ทำปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ให้ดีขึ้น

          วัตถุประสงค์ของการวิจัย
             ๑. เพื่อปรับปรุงการเรียนการสอนให้มีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น
             ๒.เพื่อเปรรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนและหลังเรียน

          กลุ่มตัวอย่างและขอบเขตการวิจัย
             ๑.นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จำนวน ๒๔ คน ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๔๔
             ๒.เนื้อหาที่ใช้ในการทดลอง(ภาคคำนวณ) ดังนี้
                 ๒.๑ การหาส่วนประกอบของอากาศแห้ง
                 ๒.๒ การหาความหนาแน่นของอากาศ
                 ๒.๓ การหาความสุงของยอดเขา
                 ๒.๔ การหาความกดดันอากาศ
                 ๒.๕ การหาแรงดัน/ความดัน
                 ๒.๖ การหาความชื้นสัมบูรณ์
                 ๒.๗ การหาความชื้นสัมพัทธ์
                 ๒.๘ การหาความสัมพันธ์ของความชื้นสัมบูรณ์กับความชื้นสัมพัทธ์
                 ๒.๙การหาความชื้นสัมพัทธ์แบบไฮกรอมิเตอร์
             ๓. ระยะเวลาในการทดลอง ระหว่างวันที่ ๔ - ๑๐ มิถุนายน ๒๕๔๕  

 วิธีดำเนินการ
                  ๑.ทดสอบก่อนเรียน แล้วนำคะแนนมาจัดกลุ่มตัวอย่าง โดยให้นักเรียนจับคู่กันเอง คละความสามารถต่างกัน กลุ่มละ ๓ คน
                  ๒.ครูสอนตามแผนการสอนปกติในคาบวิชาวิทยาศาสตร์ สัปดาห์ละ ๓ คาบสอน ตัวอย่าง พร้อมทั้งสูตรการคำนวณทั้ง ๙ หัวข้อ วิธีเรียนแบบร่วมมือ ใช้เทคนิคการเรียนแบบ วิธี Learning Together(L T)
                  ๓.นักเรียนทำแบบฝึกหัดชุดเดียวกัน เรื่องละ ๒ ข้อ ร่วมมือและปรึกษากันภายใน    กลุ่มคำตอบที่ได้ต้องเหมือนกันสามารถปรึกษาครูหรือกลุ่มอื่นๆได้
                  ๔.ทำการทดสอบหลังเรียนด้วยข้อสอบอัตนัย ๙ เรื่อง จำนวน ๙ ข้อ ข้อละ ๕ คะแนน โดยต่างสอบคะแนนที่ได้เป็นของกลุ่มแล้วเฉลี่ยคะแนนให้เท่าๆกัน

          
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
                  ๑.แผ่นโปร่งใสตัวอย่างการคำนวณ ๙ เรื่อง
                  ๒.จัดทำตัวอย่างแบบฝึกหัดการคำนวณ นำไปทดลองสอน แล้วให้นักเรียนทำ แบบฝึกหัด
                  ๓.แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป้นข้อสอบอัตนัย จำนวน ๙ ข้อ
                  ๔.ตรวจแบบฝึกหัด ตรวจข้อสอบ หาค่าเฉลี่ยร้อยละและค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

          
สรุปผลการวิจัย
                  ๑.นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นคือ มีคะแนนหลังเรียนเฉลี่ยร้อยละ ๗๖.๑๘ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน            ๕.๐๒ ปี ๒๕๔๔ ร้อยละ ๔๖.๓๐ สูงขึ้นร้อยละ ๒๙.๘๘
                  ๒. นักเรียนที่เรียนโดยวิธีเรียนแบบร่วมมือมีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ร้อยละ ๗๖.๑๘



บันทึกผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศาสนาและวัฒนธรรม

 

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

โรงเรียนบ้านคลองทรายขาว

ปีการศึกษา  2548

 

 

 

 

นางมยุรี  อรรฆยมาศ

ครูประจำวิชา

วิจัย 5 บท วิชาสังคมฯ ดาวน์โหลด

  • วิจัย 5 บท วิชาสังคมฯ (ไฟล์เวิร์ด)
  • แบบทดสอบ ชั้น ป.1 ทุกกลุ่มสาระ
  • แผนการจัดการเรียนรู้ภูมิศาสตร์ ม.4
  • แผนการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย ม.4
  • แผนการจัดการเรียนรู้สุขศึกษา ม.5
  • แผนการจัดการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์ ม.5
  • รวมวิจัยภาษาไทย แบบเต็มรูปแบบ ช่วงชั้นที่ 3
  • ตัวอย่างวิจัยหน้าเดียว 50 เรื่อง
  • วิจัยพลศึกษา 11 เรื่อง
  • วิจัยในชั้นเรียน
  •                รวมวิจัยร่วม 100 เรื่อง (ไฟล์เวิร์ด)

    ดาวน์โหลด
     


    ที่มา : http://vijaieng.blogspot.com/2009/02/5_14.html          


    Gunrapree@Main Menu



    webblog gunrapree
    webboard gunrapree
    blogspot gunrapree
    gunrapree.blogspot
    elementary.blogspot
    hi5.com@geerapann
    Twitter@geerapann
    Google+ gunrapree
    facebook@gunrapree

    http://lnkd.in/TUZDnH #in

    ติดต่อ webmaster ที่นี่

      สถิติวันนี้ 14 คน
      สถิติเมื่อวาน 259 คน
      สถิติเดือนนี้
     สถิติปีนี้
     สถิติทั้งหมด
    485 คน
    51575 คน
    30508399 คน
    เริ่มเมื่อ 2008-11-07


    อากาศวันนี้



    ดาวเทียม                          กรมตุนิยมทยา 
    สภาพอากาศและฝนในช่วงต้นฤดูฝน 2555
    แผ่นดินไหว SOUTH OF JAVA,
    INDONESIAขนาด 4.4 ริกเตอร์


    เรดาร์ตรวจอากาศเรดาร์ตรวจอากาศ
    ภาพถ่ายดาวเทียมภาพถ่ายดาวเทียม
    วิเคราะห์ภาพดาวเทียมวิเคราะห์ภาพดาวเทียม
    แผนที่อากาศแผนที่อากาศ
    สถานีวัดฝนอัตโนมัติสถานีวัดฝนอัตโนมัติ
    สถานีตรวจอากาศอัตโนมัติข้อมูล AWS
    NWP ModelNWP Model
    GISGIS
    เตือนภัยเตือนภัย
    เส้นทางเดินพายุเส้นทางเดินพายุ
    รายงานแผ่นดินไหวรายงานแผ่นดินไหว



    Copyright (c) 2011-2116 By : http://gunrapree.comRegistration Service Provided By: N/A Education Contact: +66.846343454
    Design by: gunrapree